มองหาความสุข

posted on 25 Jun 2011 01:30 by iammoji

เมื่อปลายเดือนมกราที่ผ่านมาตัวผมได้อ่านเจอจดหมายในบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์สำนักหนึ่งที่อ่านอยู่เป็นประจำเข้า

เป็นจดหมายจากชายคนหนึ่ง ชายคนนี้ถูกจองจำในคดียาเสพติดอยู่ในคุกที่สิงค์โปร์ เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง ฉะนั้นเขาจึงต้องอยู่รับโทษทัณฑ์ที่นั่นอีกนานครับ 

ตัวเขาได้เขียนมาขอความช่วยเหลือให้ทางรัฐบาลช่วยในเรื่อง"หนังสือ" 

เขาเล่าว่าเมื่อปีที่แรกๆที่ถูกจองจำที่นี่นั้นยังพอมีหนังสือภาษาไทยให้อ่านอยู่บ้าง แต่พอปีหลังๆที่ผ่านมานี้ เขาไม่มีหนังสือ"ภาษาไทย"ให้อ่านเลย 

อาจเป็นเพราะสาเหตุจากการที่เจ้าหน้าที่ ที่นั่นปิดรับหนังสือภาษาไทย ด้วยเหตุผลนานับประการ

เขาจึงอยากให้รัฐบาลไทยยื่นมือมาช่วยเหลือในเรื่องของการเจรจาต่อรอง เพราะเขาเชื่อว่าเป็นทางเดียวที่ทางคุกสิงค์โปร์จะยอมให้หนังสือภาษาไทยผ่านเข้าไปได้

เขาบอกเล่าถึงความทุกข์ทรมานมากที่ต้องอยู่ในคุกโดย"ไม่มีหนังสือให้อ่าน"

 

ครับ, ผมกำลังจะบอกว่า คุณผู้อ่านที่กำลังอยู่เบื้องหน้าตัวหนังสือของผมคือผู้"โชคดี"คนหนึ่งเลยทีเดียว

ในขณะที่เรากำลังคิดว่าตัวเองโชคร้ายหรือทุกข์ทรมานแล้วนั่น 

ในอีกสถานที่หนึ่งในมุมโลกของเราใบนี้ มีคนที่โชคร้ายกว่าและทุกทรมานกว่าอยู่เสมอ

เพียงแต่เราไม่รู้ก็เท่านั้นเอง 

เรามักจะมองคนที่เขาเหนือกว่า สุขสบายกว่าจึงพลอยทำให้ตัวเองเป็นทุกข์

จริงๆแล้วการมองคนที่เหนือกว่าเรานั้นเป็นเรื่องดีนะครับ หากมองแล้วเกิดความทะเยอทะยาน ความพยายาม หรือความมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ดี

แต่หากมองแล้วมาเปรียบเทียบกับตัวเราเอง แล้วตัดพ้อต่อว่าโชคชะตานั้น มีแต่จะทุกข์และทุกข์ครับ-เชื่อผม

เป็นไปได้ไหมว่า แท้จริงแล้วสาเหตุของความโชคร้ายและความทุกข์นั้นไม่ได้เกิดจากสภาพแวดล้อมหรือปัจจัยภายนอกเพียงถ่ายเดียว

ทว่า, ภายในเราต่างหากที่ส่งผลออยู่ไม่่น้อย ภายในที่ว่านี่คือ ความคิดและความรู้สึกของเราต่อส่งนั้นๆครับ

คนสองคนเจอเรื่องเดียวกัน คนหนึ่งบอกว่าทุกข์เกือบตาย แต่อีกคนกลับบอกว่าสบายมาก

เราสามารถหาความสุขได้จากสิ่งต่างๆมากมายก็จริง 

แต่ความสุขอาจไม่ได้มาจากการมีบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่า มีตำแหน่งการงานที่เชิดหน้าชูตา มีรถคันใหม่ป้ายแดง มีของแบนด์เนมใช้ไม่ซ้ำวัน มีอาหารการกินอย่างสุขสบาย

หรือ"มี"หลายๆอย่างที่"คนมีอันจะกิน"เขามีกัน

ความสุขของบางคนอาจเป็น การมีหนังสือดีๆให้อ่านสักเล่มในแต่ละวัน เท่านั้นก็เพียงพอ ที่จะมีแรงใจในการใช้ชีวิตไปอย่างสบายอกสบายใจแล้ว

 

ความสุขจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า"เรามีอะไร" ทว่าเป็นการพอใจในสิ่งที่เรามีต่างหาก

บางคนมีทรัพย์สินเงินทองที่ใช้ให้ตายยังไงก็ไม่หมดในชาตินี้ แต่เขาเหล่านั้นยังคงขวนขวายเพื่อที่จะให้ได้มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น-จนหาคำว่าพอไม่เจอ

ผิดกับอีกคนที่เขามีทรัพย์สินเพียงเล็กน้อย มีน้อยใช้น้อยอย่างพอเพียงและพอใจ มองเห็นคุณค่าและความหมายของสิ่งที่มีอยู่

ถึงผมไม่บอก คุณผู้อ่านคงมองออกว่าใครจะมีความสุขในชีวิตมากกว่ากัน

 

คราวนี้ลองกลับมาถามตัวเราเองดูแล้วกันครับ

ทุกวันนี้เรามีความสุขดีอยู่รึเปล่า เราพอใจกับสิ่งที่มีอยู่รึเปล่า ลองมองหา"สิ่งดีๆในสิ่งที่เรามี"

แล้วอะไรอีกเล่าที่ทำให้เราเป็นทุกข์ สิ่งที่คอยทำให้เราเป็นทุกข์นั้น ไม่ว่าจะเป็นความคิดทางลบหรือทัศนคติเสียๆ เลิกซะได้ไหม 

ก็ในเมื่อมันไม่มีอะไรดีขึ้น-จะไปทำไม

 

เอาหล่ะครับ, เปิดตา เปิดใจ พาตัวเองออกมามองดูสิ่งรอบๆตัว

พอจะเห็นเจ้าความสุขชัดขึ้นมาบ้างไหม?

 

หมายเหตุ: บทความชิ้นนี้เกิดขึ้นจากคำเชิญชวนจากเพื่อนร่วมชั้นเรียน เมื่อตอนเรียนวิชาการเขียนขั้นสูงด้วยกัน เธอบอกอยากให้เขียนบทความอะไรก็ได้ เธอจะพาไปทำเป็นหนังสือให้คนในเรือนจำอ่าน ผมลังเลเล็กน้อยแต่ก็ตบปากรับคำ นี่มันก็นานมาแล้ว ไม่รู้จะมีใครได้อ่านบทความนี้บ้างแล้วหรือยัง?

เพื่อน :  นี่ เทอมที่แล้วเราเกรดขึ้นมากมายเลย ได้ A มาก็หลายตัว โอ้ย แฮปปี้สุดๆ
ผม :     อืม
เพื่อน :  3.6 ได้มั้ง พ่อแม่นี่ปลื้มสุดๆอ่า แล้วแกล่ะได้เท่าไหร่?
ผม :     ทำไมอ่า
เพื่อน :  เห้ย ได้เกรดเท่าไหร่ บอกมาดิ๊
ผม :     ก็..ได้ A นะ
เพื่อน :  ได้ A มาตัวเดียวเหรอ ?
ผม :     ป่าว A ทุกตัว! (ยิ้ม)
เพื่อน :  ............QWR@$^&TJ**............
 
บทสนทนาจบลงเพียงเท่านี้ พร้อมเสียงอุบอิบๆที่จับใจความไม่ได้ 5555555
(ถามกู๊ทำม๊ายย อุตส่าห์นั่งเงียบๆ โด่!!!!!)
 

เหตุผล ความรัก และ โลก

posted on 23 Dec 2010 18:25 by iammoji
เธอมีเหตุผลของเธอ
ฉันมีเหตุผลของฉัน
เราจึงไม่เข้าใจกันสักที.
 
 
 
จงเชื่อในความรัก
ก่อนที่จะ
เชื่อในเหตุผล.
 
 
 
ไม่มีเหตุผล
สำหรับ
คนที่จะไป.
 
 
 
หากหมดรัก
ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะรัก
 
 
 
แรกรัก-มักไม่มีเหตุผล
จากลา-นานาเหตุผลมาจากไหน?
 
 
 
 
เหตุผลดีๆของแต่ละฝ่าย
อาจทำให้เกิดสิ่งไม่ดีระหว่างกัน.
 
 
 
อย่าหาเหตุผลเพื่อรักใครสักคนเลย.
 
 
 
บางเหตุผลคือ'ข้ออ้าง'ที่ดูดีเท่านั้นเอง.
 
 
 
คนบางคนมีเหตุผลแต่ไม่ต้องการเหตุผล.
 
 
 
อย่าพยายามหาเหตุผลจากทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้เลย
เพราะโลกนี้กำเนิดขึ้นอย่างไร้เหตุผลด้วยซ้ำ.

ห้องสมุด

posted on 16 Dec 2010 10:02 by iammoji
 
ผมแอบคิดเล่นๆว่า
ถ้าห้องสมุดทุกแห่งในเมืองไทย
มีหนังสือได้อย่างร้านคิโนะคุนิยะที่พารากอนล่ะก็
 
คำว่า "คนไทยอ่านหนังสือเฉลี่ย7บรรทัดต่อปี"
เห็นทีนักสถิติต้องคำนวณใหม่แล้วล่ะครับ :)